
|
LA BOUM/วัยอลวน
1.
วิค(โซฟี่ มาร์โซ)สาวน้อยวัย 13 ปี มีคุณพ่อคือฟรังซัวร์เป็นทันตแพทย์,คุณแม่คือมาริตองค์เป็นนักเขียนการ์ตูน ในช่วงระหว่างเปิดเทอมและครอบครัวของเธอเพิ่งย้ายมาอยู่ในเมืองนี้ใหม่ใหม่จึงวุ่นวายน่าดู เธอแทบไม่รู้จักใครขณะมุงดูบอร์ดประกาศรายชื่อนักเรียนมัธยมต้นแยกประจำห้องของแต่ละชั้น ก็คงจะเหมือนบ้านเราที่แบ่งเป็นห้องคิงและควีน สำหรับเด็กเรียนเก่งพอขึ้นม.2 หรือม.3 ก็สลับที่แข่งกันขึ้นมา แล้ววิคก็ได้รู้จักเพมีโล้ปเพื่อนหญิงร่วมชั้น เธอมีน้องสาวสุดแสบเรียนระดับประถมชื่อซาแมนต้า(โคตรตลก)ซึ่งมักจะทำตัวเป็นลูกแหง่ง เกาะติดพี่สาวแจจนน่ารำคาญ เป็นธรรมดาของเด็กวัยรุ่น(เอ๊าะๆ) ก็มักจะให้ความสำคัญกับเพศตรงข้าม คุยกันจ้อว่ามีใครมาปิ๊งบ้าง มาสนใจอ่ะเปล่า จนอาจารย์ประจำวิชารำคาญ วิคเลือกเรียนเอกวิชาภาษาเยอรมัน ส่วนเพมีโล้ปเพื่อนใหม่เลือกเรียนวิชาภาษาฝรั่งเศสคงเป็นเด็กสายศิลป์ทั้งคู่ ตอนเย็นเลิกเรียนยายทวดของวิค(แม่ของแม่ของแม่...จะเข้าใจมั้ยนี่)ขับรถมารับ ดูเหมือนยายทวดจะเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจน้อยๆของหนูวิคได้เป็นอย่างดี ยายทวดก็อดเล่าความหลังให้ฟังไม่ได้ว่า เมื่อยายยังเป็นวัยรุ่นน่ะหลานเอ๊ย ยายก็เคยลุ่มหลงหนุ่มดีไซน์เน่อร์อยู่พักนึงเหมือนกันง่ะ 2. ด้านฟรังค์ซัวร์(พ่อ)ยังง่วนอยู่กับการจัดอุปกรณ์ทำฟันให้เข้าที่เข้าทางในคลินิก ส่วนมาริตองค์(แม่)ก็หอบผลงานภาพวาดการ์ตูนไปเสนอสำนักพิมพ์ ระหว่างสัมภาษณ์งาน วิคอุตส่าห์โทรไปหาถึงที่เพื่อขออนุญาตไปงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อนผู้ชายร่วมโรงเรียน ทำให้มาริตองค์หงุดหงิดปฏิเสธไป เช่นเดียวกับบอกอสำนักพิมพ์ที่กล่าวกับเธอว่า การ์ตูนเธอน่ะแค่ตลกแบบพื้นๆ เอาแบบล้อเลียนการเมืองน่ะมีมะ มาริตองค์ไม่ถึงกับหมดหวังบอกว่าจะรีบเอามาให้ดูใหม่ ่ ฟรังซัวร์กำลังจะเลิกงานที่คลินิกตอน 17 น.ก็เจอกับคู่ขาเก่า(ชู้รัก)ช่างเสริมสวย แอบมาตามรังควาญจนเจอ แถมนัดไปทบทวนความหลังที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จนฟรังซัวร์ปฏิเสธไม่ได้กลัวโดนแฉปะเดี๋ยวครอบครัวพัง พอเขากลับมาถึงบ้านช้าทำทีเป็นโมโหกลบเกลื่อน ไม่ได้สนใจวิคที่พยายามอ้อนวอนขอไปงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดเพื่อน จะจัดขึ้นวันเสาร์ตอน 2 ทุ่ม ที่บ้านราอูล พ่อกับแม่วิคซึ่งคงเครียดกับงานมาทั้งคู่ถึงกับซักไซ้รไล่เรียงเอาเป็นเอาตาย ว่ารู้จักกันสนิทแค่ไหน แล้วงานจะเลิกกี่โมง ทำเอาวิคระเบิดอารมณ์โวยวายที่ถูกขัดใจ ประกอบกับตัวเองก็ยังหาเสื้อผ้าชุดใหม่ใส่ไปงานไม่ได้ด้วย จึงเก็บความอัดอั้นตันใจมาปรึกษายายทวด และก็ไม่ผิดหวังกับคำแนะนำที่ให้วิคหาจังหวะ ขณะคุณพ่อหรือแม่อารมณ์ดีๆซะก่อนค่อยตะล่อม สุดท้ายมาริตองค์ก็พาวิคไปลองซื้อเสื้อผ้าวัยรุ่นสุดเดิ้ร์นใส่ไปอวดเพื่อนๆกัน 3. วันงานพ่อกับแม่ขับรถพาลูกสาวไปส่ง วิคกลัวเพื่อนจะล้อว่ายังเป็นเด็กไม่รู้จักโต จึงบอกให้ท่านส่งเธอลงห่างๆสายตาใคร เปิดประตูเข้าไปชั้นล่าง แรกทีเดียววิคยังเก้ๆกังๆไม่กล้าขึ้นไปร่วมงานชั้นบน งานเลี้ยงสนุกสนานตามประสา มีเต้นรำเหมือนในดิสโก้เธคนั่นแหละ เนื่องจากยังไม่รู้จักใคร วิคได้แต่นั่งดูคนอื่นที่โซฟากับเพมีโล้ป สักหน่อยช่วงวิคนั่งอยู่คนเดียว เพื่อนชายผิวหมึกก็ย่องมาถามว่ารู้สึกยังไงบ้างที่ราอูลแอบสนใจเธอ วิคทำหน้าเบ้ ตอบกลับว่ามีเพื่อนเธอ(เพมีโล้ป)แอบสนใจราอูลอยู่น่ะ ไอ้หมึกเลยกลับไปบอกราอูล เจ้าตัวก็ไม่แยแสอะไรจึงกลับมารายงานเพมีโล้ป ว่าวิคบอกว่าเธอสนใจราอูลแต่ราอูลไม่สนเธอหรอก ทำให้เพมีโล้ปไม่พอใจมาก ส่วนวิคพอถูกอ้างชื่อ และเป็นต้นเหตุให้เพื่อนเธอเสียหน้าจึงรีบออกมาจากงาน โทรศัพท์ให้พ่อแม่มารับ เผอิญจ๊ะเอ๋กับแมททิว(พระเอก)ที่แอบมาดูโทรทัศน์ถ่ายทอดกีฬาเบสบอล แค่ตาสบตารักแรกพบก็บังเกิดขึ้น.! วิคเปลี่ยนใจกลับไปเต้นรำในฟลอร์ทั้งจังหวะดิสโก้และแทงโก้ คงต้องการเรียกร้องความสนใจจากแมททิว และก็ได้ผลพอเธอกลับมาพักเหนื่อยดื่มน้ำมะนาว แมททิวก็เอาหูฟังซาวนด์อเบ๊าท์มาครอบ เพลงรักบัลลาด Reality กระหึ่มก้องลงไปถึงขั้วหัวใจ กลบเพลงเต้นรำในฟลอร์เสียสนิท แล้ววิคกับแมททิวก็สโลว์ซบโอบกอดเคลียคลอกันไปตามจังหวะเพลงนี้..! (จัดว่าเป็นไคล์แม็กซ์ช่วงต้นของหนังทีเดียว เพลง Reality ร้องโดย Richard Sanderson แม้เวลาจะผ่านมาร่วม 20 ปี ยังคงความเป็นอมตะอยู่เสมอ) Next Chapter>> |