The Bridges of Madison County


สะพานแห่งประวัติศาสตร์


 
ที่มา ..........เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2545 ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ Cedar Bridge ใน Madison County รัฐไอโอวา สะพานประวัติศาสตร์แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1883 โดยนายเบนตัน โจนส์ ซึ่งทางการกำลังจะจัดงานฉลองครบรอบ 119 ปีในเดือนหน้า แต่เหตุการณ์รุนแรงทำให้สะพานนี้ต้องล่มสลายไปกับสายน้ำ รายงานตำรวจแจ้งว่าเป็นการลอบวางเพลิง Robert James Waller เจ้าของหนังสือ The Bridges of Madison County ผู้ทำให้สะพานเป็นที่รู้จัก เลยตั้งเงินรางวัล 10,000 เหรียญสำหรับข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับคนร้ายวางเพลิง ต่อไปนี้ฟรานเชสก้าจะฝากข้อความให้โรเบิร์ต คินเคดได้ที่ไหน (คัดลอกจากชั้นหนังสือของfaylicity)
           สะพานนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่พา Robert Kincaid มาพบ กับ Francesca Johnson ช่วงที่พบและอยู่ด้วยกันเพียง 4 วันนั้น มีอะไรมากมายที่ทำให้ Francesca ไม่เคยลืม Robert เลย

              หากพบหนังสือแล้วจะนำมาเล่าสู่กันฟังถึงความประทับใจที่ว่านั้น คงคอยได้นะคะ
                                                                                    น้องหล้า

            บางท่านคงเคยได้ดูภาพยนตร์เรื่อง "The Bridges of Madison County" ที่คุณลุงคลิ้น อี๊สวูดแสดง แต่บอกได้ว่าหากได้อ่านหนังสือเรื่องนี้แล้วจะลืมไม่ลง หนังสือของ ROBERT JAMES WALLER มีหลายเล่ม แต่เล่มนี้เป็นเล่มที่รัก และเก็บไว้ในดวงใจเสมอมา (คิดว่าท่าน อื่น ๆ ก็เช่นกัน) เคยหวังว่าสักวันจะต้องไปเยี่ยมเยียนสะพานนี้ซักครั้ง เหมือนครั้งที่เคยฝันว่าจะต้องขึ้นไปชั้นบนสุดของตึก WORLD TRADE ก่อนถูกชน) แต่ไม่นึกว่าจะมีใครทำลายความหวังในใจเราได้ขนาดนี้ เพื่อรำลึกถึงสะพานนี้จึงขอหยิบยก ตัวอย่าง บางตอน ของหนังสือ The Bridges of Madison County มา ณ. ที่นี้เพื่อให้เห็นว่าทำไม จึงต้องรำลึกถึง สะพานแห่งนี้
             บอกได้เลยค่ะว่าหากได้อ่านหนังสือเล่มนี้ จะวางไม่ลง (ภาพยนตร์ยังซื้อไม่ได้) ตอนนี้กำลังค้นหาเจ้า hard copy ของหนังสือของ Robert James Waller เล่มนี้อยู่ ไม่ทราบว่าตอนนี้ไปซุกไว้ที่ไหนเพราะได้หนังสือนี้มาตั้งแต่ปี 2536


อุปสรรค    ดิฉันเจอหนังสือที่ว่าแล้วค่ะ อุตส่าห์ตั้งใจแปลและจิ้มดีดตั้งแต่ตอน 2 ทุ่มเพื่อที่จะนำเรื่องเจ้าสะพานที่เอ่ยถึงนี้ว่าเป็นมาอย่างไร มาลงให้อ่านกัน แต่ทว่าพอดิฉัน Post message เข้าไป มีข้อความส่งกลับมาว่าดิฉันกรอกข้อความไม่สุภาพและข้อความทั้งหมดที่ดิฉันได้พิมพ์ไว้ก็หายไปในพริบตา อนิจจา ! น่าสงสารตัวเอง เพราะถ้าจะให้แปลและพิมพ์ใหม่อีกครั้งคงไม่เหมือนเดิมแล้ว ที่สำคัญกลัวซ้ำรอยเดิมคือข้อมูลหายไปอีก (ไม่ทราบต้องทำอย่างไร ? ) หากดิฉันขยันจะลองพยายามอีกครั้งนะคะ






Robert Kincaid
นักถ่ายภาพบุคคลของนิตยสาร National Geographic ผู้ซึ่งใช้ชีวิตเพียงลำพัง เป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิตหมดแล้ว จะมีก็แต่ญาติห่าง ๆ แต่ก็ไม่เคยติดต่อซึ่งกันและกันเลย อีกทั้งไม่มีเพื่อนสนิทเลยสักคน เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1965 ได้เดินทางจากบ้านที่เบลลิงแฮม วอชิงตันไปไอโอว่าเพื่อมุ่งไปที่เมดิสันเคาน์ตี้ เพื่อค้นหาสะพานยุทธ์ศาสตร์ทั้งเจ็ดแห่ง สำหรับสะพานหกแห่งแรกนั้นหาได้ไม่ยาก แต่ที่หาไม่พบก็คือ "Roseman Bridge" วันนั้นอากาศร้อนมาก เนื้อตัวเขาร้อนผ่าว เขาจะต้องสอบถามใครสักคน และที่นั่นเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งสวยมาก และทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่า And immediately he began to feel the old clumsiness he always suffered around women to whom he was even faintly attracted.

Francesca Johnson

           กลางฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงวันเกิดของ Francesca สายฝนเย็นเยือกกระหน่ำแรงบนบ้านไม้ของเธอในชนบทของ South Iowa. เธอเพ่งมองไปยังสายฝนที่หม่นมัวไปยังขุนเขาที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือ Middle River แล้วก็คิดถึง Richard
           เขาจากไปในวันที่อากาศเช่นเดียวกับวันนี้เมื่อแปดปีก่อน ด้วยโรคอะไรบางอย่างที่เธอไม่อยากจดจำ แต่ขณะนี้ Francesca กำลังนึกถึงเขา นึกถึงความอดทนที่เปี่ยมด้วยด้วยเมตตา นึกถึงความคงเส้นคงวา และนึกถึงชีวิตที่เรียบง่ายที่เขาได้มอบให้แก่เธอ

            ฝนได้หยุดตกลงตอนบ่ายกลาง ๆ แล้วก็พรมพรำลงมาอีกครั้งตอนใกล้ค่ำ ในท่ามกลางแสงแห่งตะวันชิงพลบนั้น Francesca รินบรั่นดีในแก้วแล้วเดินไปหยิบซองมนิลาในโต๊ะขึ้นมา ลูบไล้ไปมาช้า ๆ เช่นที่ทำในวันเดียวกันนี้ทุก ๆ ปี
           เธอจะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างหน้าต่าง จับตามองที่จ่าหน้าซองและทำสมาธิ มองเห็นมือทั้งสองของเขาที่เคลื่อนไหวอยู่ อยากจะเรียกความรู้สึกเก่า ๆ ที่เคยได้รับสัมผัสจากมือคู่นั้น เมื่อยี่สิบสองปีที่แล้วให้กลับมาอีกครั้ง

  เมื่อเธอสามารถสัมผัสความรู้สึกจากมือคู่นั้นได้ จึงเปิดซองออกหยิบจดหมายสามฉบับ ต้นแบบสั้น ๆ หนึ่งชิ้น รูปถ่ายสองใบ และนิตยสารเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค
             ในท่ามกลางแสงสีเทาที่หม่นมัวลง เธอยกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบ มองผ่านขอบแก้วไปยังโน้ตที่เขียนขึ้นด้วยลายมือปะหน้าต้นฉบับชิ้นนั้นไว้ มีข้อความง่าย ๆ สั้น ๆ เขียนไว้ตอนบนอย่างปราณีต ว่า "Robert Kincaid, Writer - Photographer"


September 10, 1965
Dear Francesca,
          Enclosed are two photographs. One is the shot I took of you in the pasture at sunrise. I hope you like it as much as I do. The other is of Roseman Bridge before I removed your note tacked to it.
I sit here trolling the grey areas of my mind for every detail, every moment, of our time together. I ask my self over and over, "What happened to me in Madison County, Iowa?" And I struggle to bring it together. That's why I wrote the little piece, "Falling from Dimension Z," I have enclosed, as a way of trying to sift through my confusion.
            I look down the barrel of a lens, and you're at the end of it. I begin work on an article, and I'm writing about you. I'm not even sure how I got back here from Iowa. Somehow the old truck brought me home, yet I barely remember the miles going by.
           A few week ago, I felt self-contained, reasonably content, Maybe not profoundly happy, maybe a little lonely, but a least content. all of that has changed.
             It's clear to me now that I have beenmoving toward me for a long time. Though neither of us was aware of the other before we met, there was a kind of mindless certainty bumming blithely along beneath our ignorance that ensured we would come together. Like two solitary birds flying the great prairies by celestial reckoning, all of these years and lifetimes we have been toward one another.
             The road is a strange place. Shuffling along, I looked up and you were walking across a grass toward my truck on August day. In retrospect, it seems inevitable-it could not have been any other way-a case of what I call the probability of the improbable.
             So here I am walking around with another person inside of me. Though I think I put it better the day we parted when I said there is a third person we have created from the two of us. And I am stalked now by that other entity.
Somehow, we must see each other again. Any place, anytime.
Call me if you ever need anything or simply want to see me. I'll be there, pronto. Let me know if you can come out here sometime-anytime. I can arrange plane for fare, if that's a problem. I'm off to southeast India next week, but I'll be back in late October.

I Love You,
Robert
P.S., The photo project in Madison County turnedd out fine. For it in NG next year. Or tell me if you want me to send a copy of the issue when it's published.

ฟรานเซสก้าที่รัก

            พร้อมกับจดหมายฉบับนี้ผมได้แนบรูปถ่าย 2 รูปมาด้วยกัน รูปหนึ่งคือรูปของคุณที่ผมถ่ายในทุ่งเลี้ยงสัตว์ตอนพระอาทิตย์ขึ้น ผมหวังว่าคุณจะชอบมันมากพอ ๆ กับที่ผมชอบ ส่วนอีกรูปหนึ่งนั้นคือรูปของ Roseman Bridge ก่อนที่ผมจะนำกระดาษโน๊ตที่คุณได้ติดไว้ออก

            ผมนั่งอยู่ที่นี่ หมกมุ่นอยู่กับความคิดสีเทาที่วนเวียนอยู่ในสมองเพื่อค้นหารายละเอียดต่าง ๆ ของทุกนาทีในช่วงเวลาที่เราได้อยู่ด้วยกัน ผมเฝ้าถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าว่า มีอะไรเกิดขึ้นกับผมใน Madison County ไอโอวา? และผมก็พยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ด้วยเหตุนี้ผมจึงเขียนอะไรขึ้นมาสั้น ๆ และได้ส่งมาด้วยกันนี้แล้ว "Falling from DimensionZ" เป็นเรื่องเมื่อผมพยายามจะแยกแยะความรู้สึกที่เกิดก่ออยู่ในความสับสนของจิตใจ
.................................

            เมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมรู้สึกอิ่มเอิบเต็มเปี่ยมขึ้นมาในใจอย่างมีเหตุผล บางทีอาจจะไม่ถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามีความสุข แต่อย่างน้อยมันก็เป็นความปลาบปลื้มอย่างแท้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างได้เปลี่ยนไปอย่างหมดสิ้น

            ผมได้ประจักษ์แก่ใจในตอนนี้เองว่า ผมได้เคลื่อนตัวเข้าไปหาคุณและคุณก็ไดเคลื่อนตัวเข้ามาหาผม เป็นการเคลื่อนเข้ามาหากันที่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วเพียงแต่เราไม่ได้ตระหนักถึงมาก่อนหน้านี้ ที่เราจะได้พบกันเท่านั้น แต่มีความมั่นใจที่รู้ตัว ได้มากระตุ้นในความไม่รู้นั้นมาตลอดเวลาว่าเราจะต้องได้พบกันอย่างแน่นอน ถ้าจะเปรียบไปก็คงเหมือนนกโดดเดี่ยวสองตัวที่โบยบินอยู่เหนือทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ไพศาลภายใต้ฟ้ากว้าง เราต่างได้ใช้เวลาอันนานนับปีในชีวิตเพื่อเคลื่อนตัวเข้าหากันและกัน

            เส้นทางเส้นนั้นดูช่างแปลกเสียเหลือเกิน ผมขับรถไปท่ามกลางความคดเคี้ยวเมื่อผมเงยหน้าขึ้นมาผมก็เห็นคุณกำลังเดินตัดสนามหญ้าเข้ามาที่รถผมในวันแห่งเดือนสิงหาคม ถ้าเราจะมองย้อนหลังไปมันคล้ายกับเป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่มีทางเป็นอื่นไปได้เลยจริง ๆ เป็นสิ่งที่ผมเรียกว่าความเป็นไปได้บนความไม่น่าจะเป็นไปได้
            และขณะนี้ผมได้กลับมาอยู่ที่นี่ มาเดินวนเวียนไปรอบ ๆ กับใครอีกคนหนึ่งที่อยู่ในตัวผม ผมคิดว่าได้ใช้คำพูดเดียวกันนี้เมื่อวันที่เราจากกัน ที่ผมบอกกับคุณว่ามีบุคคลที่สามเกิดขึ้นแล้วด้วยการสรรค์สร้างของสองเราและขณะนี้ผมกำลังเดินกับเขาคนนั้น
            จะด้วยเหตุผลใดผมก็บอกไม่ถูก รู้แต่เพียงว่าเราจะต้องได้พบกันอีกจะเป็นที่ไหนเมื่อไรก็ได้
ถ้าคุณต้องการอะไรขอให้ติดต่อหาผมหรือแม้แต่เพียงแค่อยากจะพบ ผมก็พร้อมที่จะไป ช่วยบอกให้ผมรู้ด้วย ถ้าคุณสามารถจะเดินทางมาที่นี่ได้ จะเป็นเวลาไหนก็ตามแต่.....

----------------------------------------------------------------------------

"Falling from "Dimension Z"

ROBERT KINCAID

           There are old winds I still do not understand, though I have been riding, forever it seems, along the curl of their spines. I move in Dimension Z; the world goes by somewhere else in another sliceof things, parallel to me. As if, hands in my pockets and bending a little forward, I see it through a department store window, looking inward.

            In Dimension Z, there are strange moments. Comimg around a long, rainy, New Mexico curve west magdalena, the highway turns to a footpath and the path to an animal trail. A pass of my wiper blades, and the trail becomes a foreat place where nothing has ever gone. Again the wiper blades and, again, somthing further back. Great ice, this time. I am moving through short grass, in furs, with matted hair and spear, thin and hard as the ice itself, all muscle and implacable cunning. Past the ice, still further back along the measure of things, deep salt water in which I swim, gilled and scaled. I cannot see more than that, except beyond plankton is the digit zero.

            Euclid was not always right. He assumed parallelness, in constancy, right to the end of things; but a non-Eucliddean way of being is also possible, where the lines come together, far out there. A vanishing point. The illusion of convergence.

             Yet I know it' s more than illusion. sometimes a comimg together is possible, a spilling of one reality into another. A kind of sort enlacing. Not prim intersections loomed in a world of precision, no sound of the shuttle. Just ...well... breathing. Yes, that's the sound of it, may
be the feel of it, too. Breathing.

              And I move slowly over this other reality, and beside it and underneath and around it, always with strength, always with power, yet always with a giving of myself to it. and the other senses this, comimg forward with its own power, giving itself to me, in turn.

              Somewhere, inside of the breathing, music sounds, and the curious spiral dance begins then, with a meter all its own that tempers the ice-man with spear and matted hair. And slowly-rolling and turning in adagio, in adagio always-ice-man falls...from Dimension Z... and into her.

         ฟรานเซสก้ายกแก้วบรั่นดีขึ้นจิบ สายลมแรงแห่งเดือนพฤศจิกายนทำให้สายฝนปรายโปรยลงมาอีกครั้ง
โรเบิร์ต คินเคดเหมือนนักมายากลเขามีชีวิตอยู่ในโลกส่วนตัวอันแปลกประหลาดและน่าหวาดหวั่น
ฟรานเซสก้าสัมผัสความรู้สึกนั้นได้ทันที ตอนที่เขาก้าวจากรถปิคอัพเมื่อวันจันทร์ เดือนสิงหาคม ปี1965 ซึ่งเป็นวันที่อากาศร้อนมาก
           ตอนนั้นฟรานเซสก้ากำลังนั่งอยู่บนชิงช้าหน้าระเบียงบ้าน มีรถปิคอัพขับเข้ามาในซอย รถเคลื่อนตัวเข้ามาช้า ๆ คนขับรถกำลังมองหาอะไรบางอย่างและก็ได้หยุดตรงทางเข้าบ้านแล้วก็ขับรถเข้ามาจนถึงหน้าบ้าน             พระเจ้า...ใครกันนะ...ฟรานเซสก้าครุ่นคิดอยู่ในใจ
           ฟรานเซสก้าเดินลงจากระเบียงเรือนตัดสนามหญ้าไปอย่างไม่รีบร้อน ตรงไปที่ประตูรั้ว ขณะที่โรเบิร์ต คินเคดลงจากรถปิคอัพ เขาส่งยิ้มให้ก่อนจะกล่าวว่า "ขอโทษนะครับที่มารบกวน แต่ผมกำลังมองหาสะพานยุทธศาสตร์ที่มีหลังคาคลุมแห่งหนึ่ง ได้ยินว่าอยู่แถว ๆ นี้แต่หายังไงก็หาไม่พบกำลังคิดอยู่ว่าผมคงจะหลงทางเสียแล้ว"
          ดวงตาคู่นั้นมองตรงเข้ามาในดวงตาของเธอ และฟรานเซสก้าก็สัมผัสความรู้สึกผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ดวงตา นำเสียง ใบหน้า เรือนผมสีเทาเงิน และกับการคลื่อนไหวร่างกายที่ดูสบาย ๆ นั้นช่างรบกวนจิตใจเสียเหลือเกิน เป็นท่าทางที่เหมือนจะดึงดูดคุณเข้าไป...
            โดยแท้ที่จริงแล้วมันเป็นวิถีชีวิตที่ดำเนินไปอย่างง่าย ๆ เพียงแต่คนเราไปทำให้มันซ้ำซ้อนยิ่งขึ้น
ฟรานเซสก้าสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว มันเป็นความรู้สึกที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายและนั่นคือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่พลิกผันชีวิตเธอโดยสิ้นเชิง
           "จริง ๆ แล้วคุณอยู่ใกล้มันมากเลยละค่ะ สะพานนั้นอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณสองไมล์เท่านั้น"
            และแล้วจากการที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในแวดวงแคบ ๆ มาถึงยี่สิบปี ชีวิตที่ถูกจำกัดด้วยวัฒนธรรมของท้องถิ่น ต้องซ่อนเร้นทุกอารมณ์และความรู้สึก ฟรานเซสก้า จอห์นสันรู้สึกแปลกใจตัวเองเป็นยิ่งนัก เมื่อกล่าวออกไปว่า "ถ้าต้องการ ฉันยินดีจะพาคุณไปนะคะ"
            โรเบิร์ต คินเคดผงะเล็กน้อย คงนึกไม่ถึงว่าเธอจะเสนอตัวเช่นนี้ แต่ก็ได้ปิดบังความรู้สึกนั้นไว้อย่างรวดเร็วและกล่าวด้วยสีหน้าอย่างจริงจังว่า เขารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัยอย่างสง่างาม ถามคำถามสั้น ๆ ใบหน้าเจือไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ว่า
            "ไปทางไหนครับ"
            รถเคลื่อนตัวออกไปช้า ๆ
            "ทางเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิคมอบหมายให้ผมมาทำงานที่นี่ คุณเคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้บ้างมั๊ยครับ"
            "เคยค่ะ"
            ฟรานเซสก้าคิดยู่ในใจว่า...มีใครบ้างที่จะไม่รู้จักชื่อนิตยสารเล่มนี้บ้าง
            "ตอนนี้นิตยสารเล่มนี้กำลังทำเรื่องเกี่ยวกับสะพานยุทธศาสตร์อยู่ และที่เมดิสันเคาท์ตี้ ไอโอวานี้ก็มีสะพานที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งมาก ผมหาสะพานนี้เจอแล้วประมาณหกแห่ง แต่คิดว่าน่าจะเหลืออีกแห่งหนึ่ง เท่าที่ผมรู้ มันจะอยู่แถว ๆ นี้แหละครับ"
            "มันชื่อสะพาน Roseman ค่ะ"
            น้ำเสียงที่ตอบออกไปราวกับเป็นน้ำเสียงของใครอีกคนหนึ่งเสียงของสาววัยรุ่น
            "เลี้ยวขวาข้างหน้าค่ะ"
            ฟรานเซสก้าถือโอกาสเหลือบตาขึ้นมองโรเบิร์ตฯ ขณะที่เขากำลังมองออกไปข้างทางเพื่อจะเลี้ยวรถ ผิวหน้าเขาค่อนข้างคล้ำเต็มไปด้วยเหงื่อ เขาเป็นคนที่มีริมฝีปากสวย แต่เขาก็ไม่ใช่คนรูปหล่อ

            He wasn't handsome, not in any conventional sense. Nor was he homely. Those words didn't seem to apply to him. But there was something, something about him. Something very old, something slightly batterd by the years , not in this appearance, but not in his eyes.

            "สะพานอยู่ตรงนั้นค่ะ ตรงมุมนั้นแหละ" สะพานเก่ามีหลังคาคลุมที่ฉาบด้วยสีแดงที่ได้กระเทาะออกจนเห็นเนื้อเหล็กเอนเอียงไปบ้างเนื่องจากกาลเวลา ตั้งอยู่เหนือลำธารเล็ก ๆ สายหนึ่ง
            โรเบิร์ตฯ ยิ้มออกมาและหันมามองเธอพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า"เยี่ยมเลยล่ะครับ เหมาะสำหรับที่จะถ่ายภาพยามรุ่งอรุณ คงไม่ว่าอะไรนะครับถ้าผมจะขอลงไปสำรวจสักครู่"
            เมื่อถึงสะพาน โรเบิร์ตฯ หยุดเดินยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นสักครู่และก็ทรุดนั่งมองสะพานผ่านเลนส์ จากนั้นก็เดินไปอีกฟากหนึ่งและทำแบบเดียวกัน แล้วจึงเดินขึ้นไปภายใต้หลังคาที่คลุม แหงนหน้าขึ้นเพื่อสำรวจความแข็งแรงของคาน แล้วก็ก้มมองลงไปยังสายน้ำที่ไหลอยู่เบื้องล่าง
            "ที่นี่สวยมากเลยครับ" เสียงพูดของเขาสะท้อนอยู่ในหลังคาที่คลุมครอบสะพานแห่งนี้ไว้และ ฟรานเซสก้าก็พยักหน้ารับ
            "ใช่ค่ะ เราทุกคนที่นี่ถือประโยชน์จากสะพานนี้แต่ไม่ค่อยมีใครคิดถึงมันเท่าไหร่"
            "ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยพามาเที่ยว" รอยยิ้มอ่อนโยนฉาบขึ้นบนใบหน้า
            "ผมเห็นจะต้องกลับมาใหม่ตอนเช้าตรู่จะได้มาถ่ายรูปไว้
            "ผมยังไม่ทราบชื่อคุณเลยนะครับ" "คุณเป็นอิตาเลียนหรือครับ"

            เมื่อดวงอาทิตย์คล้อยต่ำลง รถปิคอัพขับย้อนกลับไปตามถนนลูกรังเดิมอีกครั้งเพียงแค่สี่นาทีก็ถึงบ้านไร่ของฟรานเซสก้า เขาเลี้ยวรถเข้าซอยที่มุ่งตรงสู่ตัวบ้าน
            "สามีคุณชื่อริชาร์ดหรือครับ?"
            "ใช่ค่ะ" ฟรานเซสก้าตอบเสียงเบา ๆ และเมื่อได้เริ่มต้นพูดแล้วก็พูดต่อไปว่า "วันนี้อากาศร้อนมาก ดื่มชาเย็นสักแก้วมั๊ยคะ ?" เขาเหลือบตามองหน้าเธอ ก่อนจะตอบว่า "ถ้าไม่ลำบากคุณ ผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งเลยล่ะครับ" "ไม่ลำบากเลยละค่ะ"
            ฟรานเซสก้ากับโรเบิร์ตฯ สนทนากันถึงเรื่องราวสัพเพเหระไปเรื่อย ๆ อย่างไม่รู้เบื่อ และในชั่วขณะหนึ่งเขาก็นิ่งเงียบไปและในที่สุดก็เอ่ยขึ้นมาว่า...
            "เมื่อไม่กี่วันมานี้ ผมได้เขียนอะไรบางอย่างไว้ในสมุดบันทึกเผื่อว่าจะได้ใช้ประโยชน์ในวันข้างหน้า มันเป็นความคิดบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างที่ขับรถอยู่ และข้อความที่ผมเขียนมีดังนี้.'The old dreams were good dreams; they didn't work out, but I'm glad I had them.' จริง ๆ แล้วผมก็ไม่แน่ใจหรอกนะว่ามันหมายถึงอะไร แต่ผมก็เคยใช้มันในบางครั้ง เพราะฉะนั้น...ผมคิดว่าผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ" ฟรานเซสก้ายิ้มให้เขาในทันที เป็นครั้งแรกที่รอยยิ้มของเธอเต็มไปด้วยความเป็นมิตร และรู้สึกสนิทใจและสัญชาตญาณของความเป็นนักพนันก็บังเกิดขึ้น
            "อยู่ทานอาหารค่ำก่อนดีมั๊ยคะ ตอนนี้ทั้งสามีและลูกของฉันไม่อยู่สักคน ฉันไม่ค่อยมีอะไรที่จะทำให้ทานมากนักหรอกค่ะ แต่ก็คิดว่าพอจะเตรียมอะไรบางอย่างให้คุณทานได้"
            "ผมเห็นจะขอแค่ผักเท่านั้นละครับ เพราะปกติไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่ได้กินมาหลายปีแล้วละครับ ซึ่งก็ไม่มีเหตุผลอะไรหรอกเพียงแต่รู้สึกสบายกว่าถ้ากินแบบนั้น"
            "มีอะไรให้ช่วยมั๊ยครับ ?"
            เขากินสตูอย่างเอร็ดอร่อยถึงสองชามเต็ม ๆ หลังจากทานเสร็จ ทั้งสองก็นั่งคุยกันไปเรื่อย ๆ บางทีโรเบิร์ตฯ ควรจะลากลับเสียที เขารับฟังคำพูดของเธออย่างเงียบ ๆ อย่างมีมารยาทและรู้สึกขัดเขินอยู่ในใจ ขณะที่นั่งคุยกันอยู่นั้น บรรยากาศภายในได้เปลี่ยนไปท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม ฟรานเซสก้าลุกขึ้นไปดูหม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่าน เธอรูสึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก อบอุ่นที่มีโรเบิร์ตฯ จากเบลลิงแฮม วอชิงตันเข้ามานั่งอยู่ในบ้าน และหวังว่าเขาคงจะไม่ลากลับเร็วเกินไปนัก
            Francesca Johnson was forty-five years old, and Hank Snow sang a train song on KMA, Shenandoah, Iowa.

Ancient Evenings, Distant Music


            จะทำอะไรต่อไปดี? ฟรานเซสก้าครุ่นคิดอยู่ในใจหลังจากการทานอาหารเสร็จสิ้น ได้แต่นั่งกันอยู่เงียบ ๆ             "เราเดินออกไปเดินเล่นในทุ่งหญ้ากันดีมั๊ยครับ"

           นานแล้วที่ฟรานเซสก้ามิได้ออกมาเดินเล่นเช่นนี้ ...หอาทิตย์ส่องแสงเรือง ๆ เป็นการส่งท้ายก่อนจะลับขอบฟ้าและโรเบิร์ตฯ ก็เอ่ยออกมาว่า "นี่เป็นแสงส่งท้ายก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินและจะปรากฎแค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น"
              Francesca said nothing, wondering about a man to whom the difference between a pasture and a meadow seemed important, who got excited about sky colour, who wrote a little poetry but not fiction. Who played the quitar, who earned his living by images and carried his tools in knapsacks. Who seemed like the wind. And moved like it. Came from it, perhaps.

              ฟรานเซสก้าและโรเบิร์ตฯ เดินเคียงข้างกันไปอย่างไร้จุดหมาย เดินทอดน่องไปอย่างช้า ๆ... แล้วเธอก็นึกถึงบรั่นดีขึ้นมาได้
             "คุณจะรับบรั่นดีหรือกาแฟดีค่ะ?"
             "ขอทั้งสองอย่างเลยได้ไหมครับ"

             โรเบิร์ตฯ นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม จับตามองทุกอริยาบทของเธออยู่ ความรู้สึกเดิม ๆ ได้หวลกลับมาอีกครั้ง ความรู้สึกเดิม ๆ กำลังต่อสู้กับสิ่งที่ได้เรียนรู้ ต่อสู้กับมาตรฐานจริยธรรม อันสืบทอดกันมาทางวัฒนธรรมมานานนับศตวรรษ เป็นกฎเกณฑ์อันเคร่งครัดของผู้ที่เจริญแล้ว โรเบิร์ตฯ พยายามที่จะหันเหความคิดไปทางอื่นเช่นเรื่องการถ่ายรูป ถนนหนทาง หรือเรื่องสะพานที่มีหลังคาคลุมนั่น อะไรก็ได้ที่ไม่เกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของฟรานเซสก้า แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จ ฟรานเซสก้ารู้สึกว่าเขาจับตามองเธออยู่ตลอดเวลา แต่เป็นการลอบมองมากกว่า
              เธอรู้สึกอีกว่าเขาจะต้องสัมผัสความรู้สึกบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับความอ้างว้างของเธอ มันมิได้เกิดขึ้นเพราะความสงสาร เป็นเพียงแค่ความเศร้าใจที่ล้ำลึกมากกว่า เธอแทบจะได้ยินเสียงหัวใจของเขากล่าวออกมาว่า "the bottle unopened, and glasses empty, she reached to find them, somewhere north of Middle River, in Iowa. I watched her with eyes that had seen a Jivaro's Amazon and the Silk Road with carawan dust climbing behind me, reaching into unused spaces os Asian sky."
               เขาชูแก้วบรั่นดีมาตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยว่า
               "To ancient evenings and distant music"
               ด้วยเหตุผลบางประการ คำพูดประโยคนั้นทำให้เธอแทบจะหยุดหายใจแต่ก็ฝืนใจกระทบแก้วกับเขาและได้แต่เพียงยิ้มน้อย ๆ ออกมา ฟรานเซสก้ายอมรับว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นความรู้สึกที่ดีเยี่ยม เป็นความรู้สึกเก่า ๆ ที่คุ้นเคย ความรู้สึกที่ผสมผสานของบทกวีและดนตรีในหัวใจ ถึงเวลาที่เขาควรจะบอกลาได้แล้ว เธอคิดอยู่ในใจตอนนั้นเป็นเวลาสามทุ่มห้าสิบสองนาที บรั่นดีในแก้วของเขาหมดแล้ว ฟรานเซสก้ายกแก้วบรั่นดีขึ้นถามด้วยสายตาแต่เขาส่ายหน้าปฏิเสธ
             "พรุ่งนี้ผมจะต้องออกมาถ่ายรูปสะพาน Roseman แต่เช้า เห็นจะต้องขอตัวกลับ ก่อนนะครับ"
              She was relieved. But she sank in disappointment. she turned around inside of herself, yes please leave, have some more brandy. Stay. Go. Faron Young didn't are about her feelings. Neither did the moth above the sink.
              She didn't know for sure what Robert Kincaid thought
              "Thanks for the evening, the supper, the walk. They were all nice. You're good person, Francesca. Keep the brandy toward the front of cupboard; maybe it' ll work out after a while"
              "Good-bye. Take care," he said. .................................................

              ฟรานเซสก้าแต่งตัวและลงมือเขียนอะไรบางอย่าง เสร็จแล้วก็ออกไปที่รถ และก็ขับออกไป ไปตามถนนในซอยขึ้นสู่เส้นทางสายชนบท สะพาน Roseman ตั้งอยู่ในความมืดเธอหยิบไฟฉายและเอากระดาษที่เธอเขียนข้อความไปติดไว้กับเสาด้านซ้ายของตัวสะพาน หลังจากนั้นก็ขับรถกลับบ้าน



รอพบกับเรื่องราวสะพานนี้ต่อไปนะคะ
ต้นเรื่อง view topic1 View topic2 HOME


“ ขณะที่นั่งคุยกันอยู่นั้น บรรยากาศภายในได้เปลี่ยนไปท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินเข้ม ฟรานเซสก้าลุกขึ้นไปดูหม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่าน เธอรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก อบอุ่นที่มีโรเบิร์ตฯ จากเบลลิงแฮม วอชิงตันเข้ามานั่งอยู่ในบ้าน และหวังว่าเขาคงจะไม่ลากลับเร็วเกินไปนัก…..”

ภาพบรรยากาศการร่วมรับประทานอาหารค่ำของทั้งคู่
อาหารมังสวิรัติแบบง่าย ๆ ตามด้วยบรั่นดีกับกาแฟ(หอมกรุ่น)
และ...เสียงเพลง เพลงจากสถานีวิทยุ KMA ซึ่งกำลังเปิดเพลงของ Hank Snow
ไม่แน่ อาจจะเป็นเพลงดัง " I’m movin’ on" ก็ได้
download I'M MOVIN'ON
ฟังแล้วลองสร้างบรรยากาศดู


วิชัย [8 พ.ย. 2545 , 13:23:42 น.]
1